ท่านที่เกิดประจำวันพุธ
( กลางคืน )

    ควรหาปางป่าเลไลยก์ ไว้สักการบูชาที่บ้านเรือน ท่านจะเกิดลาภยศ สรรเสริญ นำมาซึ่งข้าวของเงินทอง แก่ตนและครอบครัวนักแล

    พระพุทธรูปปางนี้ เป็นพระพุทธองค์ ประทับนั่งบัลลังก์ หย่อนพระบาททั้งสองทอดลงมาเหยียบบนพื้น พระพาหา (แขน) ทั้งสองวางบนพระเพลา ( เข่า ) หงายพระหัตถ์ขวาเป็นกิริยารับหม้อน้ำจากช้าง ( ป่าเลไลยก์ ) ซึ่งเป็นช้างอยู่ในป่าที่ออกมาคอยคุ้มครองพระองค์ และพระหัตถ์ซ้ายคว่ำลงแสดง กิริยาไม่รับรวงผึ่งจากลิง เพราะผึ้งจากลิงมีแมลงผึ้ง สัตว์มีชีวิตลิงตัวนี้ชื่อ “พระยามกฎวานร” ลิงต้องเอากลับไปเก็บแมลงผึ้งและตัวก่อนออกหมดก่อนจึงนำมาถวายใหม่

    พระปางนี้ ตามตำนาน เกจิอาจารย์ท่านเล่าว่า เป็นปางที่พระพุทธองค์ เสด็จหนีออกมาจากพระสงฆ์สาวก เมืองโกสัมพีที่เกิดทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พระพุทธองค์ทรงตรัสห้ามถึง ๓ ครั้งก็ไม่ยอมเชื่อฟัง จึงเสด็จหนีออกไปจำพรรษาในป่ารักขิตสันในป่านั้น มีพระยาช้างมีบริวารมากมายรู้ภาษาพูดของมนุษย์ทราบความเป็นไปดีจึงบอกบริวารห้ามมิให้หระสงฆ์สาวกในกรุงโกสัมพี เข้าไปรบกวนพระองค์ ช้างเชือกนี้คอยปรนนิบัติพระองค์ทุกอย่างด้วยความจงรักภักดี

    ความทราบถึงชาวเมืองโกสัมพีว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอยู่จำพรรษาในป่าโกสัมพีเสียแล้ว เพราะพระสงฆ์ฝ่ายพระวินัยธร กับ พระธรรมกถึก ทะเลาะวิวาทกัน ชาวเมืองเมื่อไม่ได้เฝ้า และไม่เห็นพระพุทธเจ้าอย่างเคย ก็พากันโกรธแค้นจึงประกาศไม่ยอมถวายอาหาร บิณฑบาตแก่พระสงฆ์เหล่านั้น ๆ ต่างมีอาการซูบผอม อิดโรย ด้วยการอดอยาก ไปทางไหนก็ไม่มีชาวบ้านแสดงความคารวะอย่างที่เคยที่พระพุทธเจ้าอยู่ด้วย ต้องทรมานกายอดอยากอยู่เช่นนั้นตลอดพรรษา

    อย่างไรก็ดี ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาอยู่ในป่าแห่งกรุงโกสัมพีนั้น ได้มีช้างชื่อ พระยาปาลิไลยกกุญชร ปรนนิบัติทั้งอาหารและผลไม้ นานาชนิดแม้คนก็ทำไม่ได้ไม่เสมอเหมือน อยู่มาวันหนึ่งลิงตัวหนึ่งนามว่า“พระยากฎวานร” เห็นช้างปรนนิบัติพระพุทธเจ้าเช่นนั้นก็อยากจะกระทำบ้าง แลเห็นรวงผึ้งบนกิ่งไม้จึงหักมาถวาย แต่พระพุทธเจ้าไม่รับ พระยาลิงมาพิจารณาดู เห็นว่าคงเป็นเพราะรวงผึ้งมีแมลงอยู่ จึงถอยออกมาเก็บออกหมดแล้วนำถวายใหม่ พระพุทธเจ้าจึงรับประเคน พระยาลิงรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง กระโดดโลดเต้น โผนเกาะกิ่งไม้ต้นโน้นต้นนี้ด้วยรื่นเริงใจ บังเอิญถึงคราวเคราะห์ เผลอไปคว้ากิ่งไม้ผุกิ่งหนึ่ง จึงหักตกลงมาถึงแก่ความตาย ด้วยผลานิสงส์ถวายรวงผึ้งแด่พระพุทธเจ้านั้น จึงไปจุติเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

    ฝ่ายพระยาช้างเมื่ออกพรรษาปวารณาแล้วก็ยังคอยปรนนิบัติพระพุทธองค์ไม่ขาด จนกระทั้งพระอานนท์ พุทธอุปัฎฐาก มาเชิญเสด็จพระองค์เข้าสู่เมืองโกสัมพี พระยาช้างจะตามเข้าไปด้วย พอสิ้นชายป่าพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ พระยาช้าง ต่อแต่นี้ พระองค์จะไม่กลับมาอีกแล้ว ถึงอยู่ด้วยกัน มรรคผลนิพพานก็ไม่เกิดขึ้นแก่ช้างได้ ขอให้ช้างจงอยู่ในป่าต่อไปเถิด”

    พระยาช้างได้สดับพระพุทธวจนะดังนั้น จึงกลั้นลมหายใจตาย ณ ที่นั้นเอง และได้ไปจุติเป็นเทวดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยเหตุนี้เอง พระพุทธรูปปางนี้จึงได้ชื่อว่า “พระปางป่าเลไลยก์”

คาถาบูชาพระปางเลไลยก์

    วันพุธ (กลางคืน) มีกำลัง ๑๒  ผู้เกิดวันนี้พึงสวดคาถานี้ ๑๒  จบก่อนเข้านอน    
กินนุ สันตะระมาโน  วะ      ราหุ สุริยัง  ปะมุญจะสิ
    สังวิคคะรูโป  อาคัมมะ      กินนุภีโต  วะ  ติฎฐะสีติ
    สัตตะธา เม ผะเล มุทธา      ชีวันโต  นะสุขัง  ละเภ
    พุทธะคาถาภิคีโตมหิ     โน  เจ  มุญจยยะ สุริยันติ
    กินนุ สันตะระมาโน  วะ      ราหุ  จันทัง  ปะมุญจะสิ
    สังวิคคะรูโป มาคัมมะ      กินนุ  ภีโต  วะ  ติฎฐะสีติ
    สัตตะธา เม ผะเล มุทธา       ชีวันโต  นะ  สุขัง  ละเภ
    พุทธะคาถาภิคีโตมหิ      โน  เจ  มุญเจยยะ  จันทิมันติ

    หมายเหตุ. คาถานี้ใช้ภาวนาก่อนเข้านอน เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายเมื่อมีโหรทำนานว่า มีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก

    ก่อนจะจบบทนี้ ขอเรียนว่า แม้ท่านผู้มิได้ เกิดตามวันดังกล่าว จะใช้คาถาเหล่านี้ภาวนาก่อนเข้านอน ท่านว่าสามารถป้องกันภัยอันตราย ที่จะบังเกิดแก่ท่านดีนักแล